ชนิดของหัวยิงเลเซอร์

| ชนิดเลเซอร์ | จุดเด่น | วัสดุเด่น | งานที่เหมาะ |
|---|---|---|---|
| 🔵 Diode Laser | ราคาไม่สูง กินไฟน้อย | ไม้, หนัง, กระดาษ, อะคริลิคสีเข้ม | แกะสลัก + ตัดบาง ๆ |
| 🔴 CO₂ Laser | ตัดวัสดุอโลหะเก่งมาก | อะคริลิค, ไม้, MDF, ยาง, หนัง | ตัด/แกะสลัก |
| 🟡 Fiber Laser | โลหะโดยเฉพาะ | สแตนเลส, เหล็ก, อะลูมิเนียม, ทองเหลือง | แกะ/มาร์กโลหะ |
| 🟣 UV Laser | ความร้อนต่ำ รายละเอียดสูง | พลาสติก, อะคริลิค, แก้ว, โลหะเคลือบ | งานละเอียด/งานพรีเมียม |
🔍 เครื่องคำนวณเลือกชนิดเครื่องเลเซอร์
เลือกรูปแบบงาน วัสดุ และความหนา เพื่อดูคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับชนิดเลเซอร์
📊 ผลการประเมิน
–
1. อยากทำตรายางพารา
→ ⭐ CO₂ Laser เหมาะกว่า Diode
2. อยากตัดอะคริลิคสีทึบ/ใส
→ ⭐ CO₂ Laser เหมาะที่สุด
3. อยากทำป้ายสแตนเลส 304 กัด/มาร์กโลโก้
→ ⭐ Fiber Laser เหมาะกว่า
4. อยากทำโลโก้ละเอียดบนอะคริลิค/พลาสติก
→ ⭐ UV Laser
💡 จำง่าย ๆ
Diode = งานเบา/เริ่มต้น แกะสลัก ตัดวัสดุที่ไม่หนามาก ไม่เหมาะกับงานโลหะที่ไม่มีเคือบผิว และอะคริลิคใส
CO₂ = ตัดอะคริลิคใสและสีได้ + ไม้ + ยาง
Fiber = โลหะ ทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องเคือบผิว แต่ถ้าต้องการตัด โลหะด้วยต้องเป็นแบบ fiber laser cut ที่กำลัง watt สูง เช่น 1000 w ขึ้นไป
UV = งานละเอียด วัสดุหลากหลาย
ถ้าคุณเน้น อะคริลิคใส + งานเลเซอร์รูปเหมือน ผมแนะนำแยกเป็น 2 เรื่องครับ เพราะเครื่องที่เหมาะที่สุดไม่ใช่ตัวเดียวกัน
. 🔥 ตัดอะคริลิคใส → CO₂ Laser
ตัวที่เหมาะที่สุดคือ CO₂ Laser เพราะความยาวคลื่นประมาณ 10.6 µm ถูกอะคริลิคดูดซับได้ดี จึงสามารถ ตัดอะคริลิคใส ได้ ต่างจาก Diode Laser ที่แสงสามารถทะลุผ่านอะคริลิคใสได้
- 40W → งานอะคริลิคบาง ๆ / งานชิ้นเล็ก
- 60W → ⭐ จุดสมดุลสำหรับร้านป้าย
- 80–100W → ตัดหนาขึ้น ทำงานเร็วขึ้น
- ถ้าตัดอะคริลิค 3–5 มม. เป็นประจำ → 60W ขึ้นไปน่าสนใจ
และ CO₂ ยังเหมาะกับ ไม้, MDF, หนัง และยางบางประเภท ด้วย
2. 🖼️ เลเซอร์ “รูปเหมือน” → ต้องดูว่าจะทำบนวัสดุอะไร
ถ้าหมายถึง เอารูปหน้าคนมาแกะเป็นภาพเหมือน เช่น
รูปคน → แปลงเป็นภาพขาวดำ → เลเซอร์แกะลงอะคริลิค

CO₂ Laser ก็ทำได้ครับ โดยเฉพาะการแกะบนอะคริลิค ไม้ หนัง และวัสดุอโลหะบางชนิด
แต่ถ้าต้องการ รูปเหมือนละเอียดมาก ๆ บนวัสดุอย่างโลหะ:
👉 Fiber Laser เหมาะกว่า
ส่วนงาน รูปเหมือนบนอะคริลิคใส ผมจะเลือก CO₂ Laser ก่อนครับ
CO₂ 60W

→ ตัดอะคริลิคใส
→ ตัดอะคริลิคสี
→ ป้ายอะคริลิค
→ ไม้/MDF
→ งานยางบางชนิด
→ แกะรูปเหมือน
Fiber 20W/30W

→ รูปเหมือนบนสแตนเลส
→ ป้ายโลหะ
→ แกะโลโก้
→ QR Code
→ ตัวหนังสือบนโลหะ
“หัวเลเซอร์” ออกเป็น 2 แบบ เพราะบางครั้งร้านขายเครื่องใช้คำนี้ปนกัน:
- ชนิดของแหล่งกำเนิดเลเซอร์ เช่น Diode , CO₂, Fiber, UV
- เลนส์/หัวโฟกัส (Laser Head) ที่ติดอยู่กับเครื่อง เพื่อรวมลำแสงและปรับจุดโฟกัส
ถ้าคุณกำลังเลือกเครื่องสำหรับ งานป้าย ตรายาง อะคริลิค และรูปเหมือน ให้จำแบบนี้ครับ
| ชนิด | เหมาะกับ | ตัด | แกะสลัก |
|---|---|---|---|
| 🔵 Diode 5–20W | ไม้, หนัง, กระดาษ, อะคริลิคสีเข้ม | ✅ บาง | ✅ |
| 🔴 CO₂ 40–100W+ | อะคริลิคใส/สี, ไม้, MDF, หนัง, ยาง | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ |
| 🟡 Fiber 20–60W | สแตนเลส, เหล็ก, อะลูมิเนียม, ทองเหลือง | ⚠️ ไม่ใช่จุดเด่น | ⭐⭐⭐ |
| 🟣 UV 3–10W+ | พลาสติก, อะคริลิค, แก้ว, งานละเอียด | ⚠️ | ⭐⭐⭐⭐ |
🔥 แล้ว “หัว” ของ CO₂ มีอะไรบ้าง?
สำหรับเครื่อง CO₂ สิ่งที่เปลี่ยนกันบ่อยจริง ๆ คือ เลนส์โฟกัส
เลนส์ 1.5"
→ จุดโฟกัสเล็กมาก
→ เหมาะกับ แกะรายละเอียด / ตัวหนังสือเล็ก / รูปเหมือน
เลนส์ 2.0"
→ ⭐ อเนกประสงค์
→ เหมาะกับ แกะ + ตัดอะคริลิคบางถึงปานกลาง
เลนส์ 2.5"
→ เหมาะกับ ตัดวัสดุหนาขึ้น
→ จุดโฟกัสยาวกว่า แต่รายละเอียดงานแกะจะลดลงเล็กน้อย
เลนส์ 3.0"
→ เน้น ตัดวัสดุหนา
→ ไม่เหมาะเท่าไรกับงานแกะรายละเอียดเล็ก ๆ
IR กับ Blue Laser คือ “สี/ช่วงความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์” คนละช่วงกัน และแต่ละช่วงเหมาะกับวัสดุไม่เหมือนกัน
| ประเภท | ช่วงคลื่นโดยประมาณ | มองเห็นด้วยตาไหม | เด่นกับวัสดุ |
|---|---|---|---|
| 🔵 Blue Laser | 450–455 nm | ✅ เห็นเป็นแสงสีน้ำเงิน | ไม้, MDF, หนัง, กระดาษ, อะคริลิคสีเข้ม |
| 🟡 IR Laser | 1,064 nm | ❌ มองไม่เห็น | โลหะ เช่น สแตนเลส, เหล็ก, อะลูมิเนียม |
| 🔴 CO₂ Laser | 10,600 nm | ❌ มองไม่เห็น | อะคริลิคใส, ไม้, MDF, ยาง |
| 🟣 UV Laser | 355 nm | ❌ มองไม่เห็น | พลาสติก, อะคริลิค, แก้ว, งานละเอียด |
🔵 Blue Laser คืออะไร?
เป็นเลเซอร์ไดโอดที่ปล่อยแสงประมาณ 455 nm
จุดเด่นคือวัสดุอย่าง ไม้และอะคริลิคสีเข้มดูดซับแสงได้ดี
เช่น
ไม้ → แกะรูปเหมือน ⭐⭐⭐⭐⭐
MDF → ⭐⭐⭐⭐⭐
อะคริลิคดำ → ⭐⭐⭐⭐⭐
หนัง → ⭐⭐⭐⭐
อะคริลิคใส → ❌ ไม่เหมาะกับการตัด
🟡 IR Laser คืออะไร?
IR = Infrared (อินฟราเรด)
ในเครื่องแกะสลักขนาดเล็กมักหมายถึง 1064 nm
ข้อดีคือโลหะหลายชนิดตอบสนองกับความยาวคลื่นนี้ได้ดี
เช่น
สแตนเลส 304 → ⭐⭐⭐⭐⭐
เหล็ก → ⭐⭐⭐⭐⭐
อะลูมิเนียม → ⭐⭐⭐⭐
ทองเหลือง → ⭐⭐⭐⭐
จึงเหมาะกับการทำ:
- รูปเหมือนบนสแตนเลส
- โลโก้
- QR Code
- ตัวหนังสือ
- Serial Number
- Marking บนโลหะ
⚠️ แต่มีเรื่องที่มักทำให้สับสน
IR ไม่ได้แปลว่า Fiber เสมอไป
คำว่า IR = บอกความยาวคลื่น
ส่วน Fiber = บอกเทคโนโลยี/แหล่งกำเนิดเลเซอร์
ตัวอย่าง:
Fiber Laser 30W → ใช้แสง IR 1064nm
ดังนั้น Fiber Laser 30W จึงเป็น IR Laser ชนิดหนึ่ง
🔥 จำง่าย ๆ ก่อน
| เลเซอร์ | จุดเด่น | วัสดุที่ถนัด |
|---|---|---|
| 🟣 Fiber | แกะโลหะเก่งมาก | สแตนเลส, เหล็ก, อะลูมิเนียม, ทองเหลือง |
| 🔴 CO₂ | ตัด/แกะวัสดุอโลหะ | อะคริลิค, ไม้, หนัง, ยาง, พลาสติก |
| 🔵 Blue Diode | งานทั่วไป ราคาประหยัด | ไม้, อะคริลิคบางชนิด, หนัง, กระดาษ |
| 🟠 Infrared (IR) | แกะโลหะบางชนิด + พลาสติก | สแตนเลส, อะลูมิเนียมบางงาน, พลาสติก |
🟣 1. Fiber Laser คืออะไร?

ให้คิดว่า Fiber = พระเอกของงานโลหะ
เป็นเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่นประมาณ 1,064 nm ซึ่งโลหะหลายชนิดดูดซับพลังงานได้ดี
เหมาะกับ
- สแตนเลส 304
- เหล็ก
- อะลูมิเนียม
- ทองเหลือง
- ทองแดง
- เงิน
- ทอง
- โลหะเคลือบสีบางชนิด
งานที่ Fiber ทำได้ดี
แกะโลโก้บนสแตนเลส → ⭐⭐⭐⭐⭐
แกะตัวหนังสือ → ⭐⭐⭐⭐⭐
แกะ QR Code → ⭐⭐⭐⭐⭐
แกะรูปเหมือนบนโลหะ → ⭐⭐⭐⭐⭐
ทำงาน Deep Engraving → ⭐⭐⭐⭐⭐
แต่มีจุดที่ต้องเข้าใจ:
❌ Fiber Laser ทั่วไปไม่ได้เกิดมาเพื่อ "ตัดแผ่นสแตนเลสหนา ๆ"
เครื่อง Fiber สำหรับมาร์ก/แกะสลัก เช่น 20W, 30W, 50W, 60W มักเน้น Marking/Engraving มากกว่าการตัดโลหะ
ถ้าต้องการตัดโลหะจริงจัง จะเข้าสู่กลุ่ม Fiber Cutting Laser ซึ่งเป็นอีกประเภทหนึ่งและกำลังสูงกว่ามาก
🔴 2. CO₂ Laser คืออะไร?

ถ้า Fiber เป็นพระเอกโลหะ
CO₂ = พระเอกอะคริลิค + ไม้ + อโลหะ
ความยาวคลื่นประมาณ 10.6 µm
วัสดุที่มันชอบมาก เช่น
- อะคริลิค
- ไม้
- MDF
- หนัง
- กระดาษ
- ผ้า
- ยางบางชนิด
- พลาสติกบางชนิด
ตัวอย่างงานร้านป้าย:
ตัดอะคริลิค 3 มม. → ⭐⭐⭐⭐⭐
ตัดอะคริลิค 5 มม. → ⭐⭐⭐⭐⭐
แกะไม้ → ⭐⭐⭐⭐⭐
ตัดไม้ → ⭐⭐⭐⭐⭐
แต่...
❌ CO₂ ไม่ใช่ตัวที่เหมาะที่สุดสำหรับสแตนเลส
🔵 3. Blue Diode Laser คืออะไร?

ตัวนี้มักเห็นในเครื่องเลเซอร์ Desktop ราคาจับต้องง่าย
เช่น
5W / 10W / 20W / 40W
ใช้ไดโอดเลเซอร์ช่วงประมาณ 445 nm
ข้อดีคือเครื่องไม่ใหญ่ ราคาถูก และใช้งานง่าย
เหมาะกับ
- ไม้
- MDF
- หนัง
- กระดาษ
- อะคริลิคบางชนิด
- วัสดุเคลือบบางประเภท
แต่เรื่องโลหะต้องระวัง
Blue Diode ไม่ได้เก่งกับโลหะเปล่า
เช่น
สแตนเลสเงา 304
Blue Diode มักทำได้ไม่ดีเท่า Fiber/IR
แต่ถ้าเป็น
สแตนเลสพ่นสีดำ / เคลือบสี / anodized aluminum
Blue Diode สามารถเอาชั้นสีออกเพื่อสร้างลายได้ในบางกรณี
ดังนั้น
Blue Diode = เครื่องอเนกประสงค์ราคาประหยัด
ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับ 1 ถ้าธุรกิจคุณเน้นสแตนเลส
🟠 4. Infrared Laser 3W คืออะไร?

ตรงนี้เป็นตัวที่คนสับสนเยอะที่สุดครับ
3W Infrared Laser หรือ IR Laser
โดยทั่วไปหมายถึงเลเซอร์อินฟราเรดประมาณ 1,064 nm
พูดง่าย ๆ คือ
IR 3W อยู่ในตระกูลเดียวกับ Fiber ในแง่ความยาวคลื่น แต่กำลังและรูปแบบเครื่องแตกต่างกัน
มันมีข้อดีที่น่าสนใจมากสำหรับงานละเอียด
โดยเฉพาะ
🥇 พลาสติกบางประเภท
IR สามารถทำงานกับพลาสติกบางชนิดได้ดีกว่า Blue Diode/CO₂ เพราะสามารถสร้าง contrast โดยไม่ทำให้วัสดุละลายมากเกินไป
รวมถึง
- พลาสติก
- อะคริลิคบางชนิด
- โลหะบางงาน
- สแตนเลส
- อะลูมิเนียมบางชนิด
และสามารถทำงานละเอียด เช่น
ตัวหนังสือเล็ก ๆ
QR Code
โลโก้ละเอียด
รูปภาพ
⭐ แล้ว Fiber กับ IR ต่างกันอย่างไร?
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดครับ
ลองนึกแบบนี้:
Fiber 30W
เหมือน
🔨 "ค้อนช่างโลหะ"
เน้นพลังงานสูงกว่า
เหมาะกับ
โลหะ → แกะลึก → ยิงเร็ว → ผลิตจำนวนมาก
IR 3W
เหมือน
✏️ "ปากกาปลายละเอียด"
เน้นงานละเอียดและวัสดุที่ Fiber ปกติอาจทำได้ไม่สวย
เหมาะกับ
รายละเอียดเล็ก ๆ → พลาสติก → งานจิวเวลรี่/ของชิ้นเล็ก → งานละเอียด
📸 แล้วถ้าต้องการ "แกะรูปเหมือน" ล่ะ?
ถ้าคุณต้องการ
รูปหน้าคนบนสแตนเลส 304
ผมให้ลำดับประมาณนี้
🥇 Fiber Laser
⭐⭐⭐⭐⭐
เหมาะมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นเครื่องที่มี Galvo + EZCAD/LightBurn + Rotary
สามารถทำ Halftone / grayscale / dithering เพื่อสร้างภาพได้
🥈 IR 3W
⭐⭐⭐⭐
ทำงานละเอียดได้ แต่ กำลังเพียง 3W
จึงไม่ใช่ตัวแทนของ Fiber 30W
เหมาะกับงานชิ้นเล็กและงานละเอียดมากกว่า
🥉 Blue Diode
⭐⭐⭐
ทำรูปได้ บนโลหะเคือบผิวหรือเคือบสี
CO₂
⭐
เหมาะกับอโลหะ
⚠️ แล้ว "ตัดสแตนเลส + แกะรูปเหมือน" เครื่องเดียวทำได้ไหม?
ต้องแยกคำว่า "แกะ" กับ "ตัด" ครับ
ถ้าหมายถึง
แกะรูปเหมือนบนสแตนเลส แล้วตัดขอบชิ้นงานสแตนเลสด้วย
เครื่อง Fiber Marking 20–60W ทั่วไป ไม่ใช่คำตอบที่ดีสำหรับการตัดแผ่นสแตนเลส
แต่ถ้าเป็น
Fiber Cutting Laser กำลังสูง
ก็สามารถ ตัดสแตนเลส + แกะสลัก ได้
แต่เครื่องจะใหญ่และราคาสูงกว่าเครื่อง Fiber Marking มาก
🎯 ถ้าเอามาเทียบกับงาน
ถ้าผมจัดตามลักษณะงาน
| งาน | Fiber | CO₂ | Blue | IR 3W |
|---|---|---|---|---|
| สแตนเลส 304 | 🟢🟢🟢🟢🟢 | 🔴 | 🟡 | 🟢🟢🟢 |
| แกะรูปเหมือนบนโลหะ | 🟢🟢🟢🟢🟢 | 🔴 | 🟡 | 🟢🟢🟢🟢 |
| แกะโลโก้โลหะ | 🟢🟢🟢🟢🟢 | 🔴 | 🟡 | 🟢🟢🟢 |
| แกะพลาสติก | 🟡 | 🟢 | 🟢 | 🟢🟢🟢🟢 |
| ตัดอะคริลิค | 🔴 | 🟢🟢🟢🟢🟢 | 🟢🟢 | 🔴 |
| ตัดไม้ | 🔴 | 🟢🟢🟢🟢🟢 | 🟢🟢🟢 | 🔴 |
| งานละเอียดเล็กมาก | 🟢🟢🟢🟢 | 🟢🟢 | 🟢🟢🟢 | 🟢🟢🟢🟢🟢 |
🔵 UV Laser เหมาะกับงานอะไร?

จุดเด่นของ UV Laser คือ ความร้อนที่เกิดกับชิ้นงานค่อนข้างต่ำ จึงสามารถทำเครื่องหมายบนวัสดุที่ Fiber Laser ทำได้ยาก และลดปัญหาพลาสติกละลายหรือไหม้
| วัสดุ | ความเหมาะสม | งานที่ทำได้ |
|---|---|---|
| อะคริลิค | ⭐⭐⭐⭐⭐ | โลโก้, ตัวอักษร, ลวดลาย |
| พลาสติก | ⭐⭐⭐⭐⭐ | มาร์กสินค้า, QR Code, Serial |
| PVC / พลาสติกบางชนิด | ⭐⭐⭐⭐ | ตัวอักษร/โลโก้ |
| แก้ว | ⭐⭐⭐⭐⭐ | โลโก้, ตัวหนังสือ, ลวดลาย |
| ไม้ | ⭐⭐⭐ | งานมาร์กละเอียด แต่ CO₂ มักเหมาะกว่า |
| หนัง | ⭐⭐⭐ | โลโก้/ลวดลาย |
| PCB / อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ | ⭐⭐⭐⭐⭐ | Serial, QR, Code |
| โลหะเคลือบสี | ⭐⭐⭐⭐ | ลอกผิว/มาร์ก |
| สแตนเลส | ⭐⭐⭐ | ทำได้บางงาน แต่ Fiber เหมาะกว่า |
| ทองเหลือง/อะลูมิเนียม | ⭐⭐⭐ | Fiber มักคุ้มกว่า |
⭐ จุดที่ UV Laser เด่นมาก
สำหรับร้านป้ายและงานผลิตสินค้าของคุณ ผมมองว่า UV Laser น่าสนใจเป็นพิเศษกับงาน อะคริลิค + พลาสติก + งานของชิ้นเล็กที่ต้องการรายละเอียดสูง พลาสติกโพลีเมอร์ + แก้ว งานมารก์กิ้ง อโลหะ
ตัวอย่างเช่น
- ป้ายอะคริลิค
- ป้ายชื่ออะคริลิค
- โลโก้บนอะคริลิค
- พวงกุญแจอะคริลิค
- ของที่ระลึก
- QR Code บนสินค้า
- Serial Number
- ปุ่ม/ชิ้นส่วนพลาสติก
- กล่องพลาสติก
- งานอิเล็กทรอนิกส์
- แก้วและวัสดุใส
- งานโลโก้บนสินค้าพรีเมียม
ข้อดีอีกอย่างคือสามารถทำรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ดี เช่น QR Code ตัวหนังสือขนาดเล็ก หรือเส้นกราฟิกละเอียด

